ใช้ python dict อย่างเท่ๆ

dict ใน python เป็นโครงสร้างข้อมูลชนิดนึง ที่ใช้เก็บ key -> value ได้ เวลาเขียนโปรแกรมกับ dict เราก็มักจะมีท่าที่ต้องเขียนโปรแกรมซ้ำๆ… ผมเพิ่งรู้จักท่าอื่นๆ ที่อยากเอามาแชร์ตามนี้ครับ:

1. defaultdict

เรามักจะต้องเขียนโปรแกรมเช็คว่ามีคีย์ (key) นี้อยู่ใน dict อยู่แล้วรึเปล่า ก่อนที่จะนับค่าเพิ่ม (increment) เช่นโปรแกรมนับความถี่ของตัวอักษรข้างล่างนี้

text = "aaaabbcdeff"
freq = {}
for c in text:
    if c not in freq:
        freq[c] = 0
    freq[c] += 1

เราสามารถใช้ defaultdict มาช่วยให้โค้ดดูสวยงามขึ้นได้ตามนี้ (ขอบคุณพี่ @lewcpe ที่แนะนำให้รู้จักฮะ)

from collections import defaultdict
text = "aaaabbcdeff"
freq = defaultdict(int)
for c in text:
    freq[c] += 1

ตัวอย่างข้างบน เราบอก defaultdict ว่าถ้าคีย์ที่ต้องการยังไม่มี ให้เรียก int() เพื่อกำหนดค่าเริ่มต้น

x = freq['a']       # ปกติจะ KeyError, แต่ถ้าเป็น defaultdict มันจะเรียก
freq['a'] = int()   # เพื่อกำหนดค่าเริ่มต้นให้

2. .setdefault

เวลาเขียนโปรแกรมอ่านค่าจาก dict เราสามารถใช้เมธอด .get เพื่ออ่านค่าจาก dict ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมี คีย์นั้นอยู่รึเปล่า เช่น

options = { 'width': 500 }
width = options.get('width', 1000)      # 500
height = options.get('height', 300)     # 300

ตัวอย่างข้างบน เราสามารถอ่านค่า options[‘width’] ได้สำเร็จ ส่วน height เราได้ค่า default คือ 300 เพราะไม่มีคีย์ height ใน options

สำหรับเมธอด .setdefault นั้นมีพฤติกรรมคล้ายๆ .get แต่มันจะกำหนดค่า default กลับลงไปใน dict ด้วยถ้ายังไม่มีคีย์นั้นใน dict

people_by_blood = { "A": ["Adam", "Eva"],
                    "B": ["John"]}
people_by_blood.setdefault("O", []).append("Job")
people_by_blood.setdefault("A", []).append("Nin")

print people_by_blood
{"A": ["Adam", "Eva", "Nin"],
 "B": ["John"],
 "O": ["Job"] }

3. คลาส collections.Counter

คลาส Counter เป็นคลาสเฉพาะกิจ ใช้นับ frequency ครับ ดูตัวอย่างเลยดีกว่า

from collections import Counter
print Counter("aaaabbcdeff")
# Counter({'a': 4, 'b': 2, 'f': 2, 'c': 1, 'e': 1, 'd': 1})
print Counter("aaaabbcdeff").most_common(3)
# [('a', 4), ('b', 2), ('f', 2)]

นอกจากใช้นับ frequency ได้ง่ายแล้ว ยังมีเมธอดสะดวกๆ เช่น most_common ให้ใช้ด้วย

ใครมีท่าอื่นๆ ของ dict ใน python อย่าลืมมาแชร์กันนะครับ ^^

Advertisements

Migrating WordPress Blog to AppFog

I used to run this blog on a shared web hosting. Recently, I came across AppFog, a PaaS provider, who gives a generous free plan to developers (2GB of rams, and 10 services). It runs PHP, Django, Rails, and so forth.

So I gave it a try. Creating WordPress blog on AppFog is just 2-3 clicks away. You pick an application to deploy, and choose target site (Amazon US/AP, Windows Azure, Rackspace, …)
อ่านเพิ่มเติม Migrating WordPress Blog to AppFog

Web development in 2000 vs. 2012

It’s going to be Barcamp Bangkhen 2012 soon. So I tried to come up with some topics for the camp.

Because I have a chance to try Bootstrap framework while I was working on a website at work. I found it is a lot more convenient than it was in 2000. อ่านเพิ่มเติม Web development in 2000 vs. 2012

หมาป่า แกะ กะหล่ำปลี

เกมพาคนสัตว์สิ่งของข้ามแม่น้ำนี่มีหลายเวอร์ชั่นมาก เกมนึงที่น่าจะเคยเล่นกันคือ “เกมพาหมาป่า แกะ และกะหล่ำปีข้ามแม่น้ำ” ในเกมนี้ เราต้องพาของทั้งสามอย่างข้ามฝั่งแม่น้ำโดยมีกฎอยู่ว่า

  • พาของข้ามแม่น้ำได้ทีละ 1 อย่าง
  • ถ้าอยู่กันสองต่อสอง หมาป่าจะกินแกะ และ แกะจะกินกะหล่ำ

อ่านกฎ อ่านกติกาเข้าใจยาก… คลิกที่รูปเพื่อลองเล่นเลยดีกว่าครับ

 

wolf-sheep-cabbage-300x179
เกมหมาป่า แกะ กะหล่ำ

อ่านเพิ่มเติม หมาป่า แกะ กะหล่ำปลี

Django: QuerySet is not a List

เวลาดึงข้อมูลจาก Model เช่น

blogs = Blog.objects.all()    # ได้ QuerySet ของบล็อกหลายๆ อัน
print blogs[0].title
print blogs[0].body
print blogs[1].title
print blogs[1].body

จะเห็นว่าเราใช้ QuerySet ได้เหมือนเป็นอาเรย์หรือ list เลย
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ blogs เป็น QuerySet ไม่ใช่ list

เวลาอัพเดทข้อมูลใน model ต้องระวัง

bug แบบนี้

blogs[0].title = "New Title"
blogs[0].body = "new content"
blogs[0].save()

ถ้ารันโค้ดข้างบนแล้ว blogs[0] จะไม่เปลี่ยนแปลงค่าอะไรเลย เพราะ:

  • blogs[0] ในแต่ละบรรทัดเป็น object คนละอันกัน (คนละ instance กัน)
  • การเรียก blogs[0] แต่ละครั้ง QuerySet จะให้ object ใหม่ทุกครั้ง ทำให้การกำหนดค่ามีผลกับ object ในบรรทัดนั้นเฉยๆ
  • blogs[0].save() ในบรรทัดที่ 3 จะอ่านค่า blogs[0] จาก database และ save() กลับไปโดยยังไม่ได้แก้ไขอะไรเลย

ที่ถูกต้องควรเป็น

b = blogs[0]
b.title = "New Title"
b.body = "new content"
b.save()

แต่ถ้าอยากใช้ได้เหมือน list จริงๆ ก็ทำได้โดยบังคับให้ Django มัน evaluate QuerySet ให้กลายเป็น list ด้วยฟังก์ชัน list
เช่น

blogs = list(blogs)

มีข้อเสียคือ
* มี large memory overhead
* blogs.filter ต่อไม่ได้… เพราะโดน evaluate ไปแล้ว

รวมความมึนของผม ใน python

rules = (
    ( 'foo', 1),
    ( 'spam', 2),
    ( 'bar', 3),
"""
    ( 'egg', 4),
    ( 'python', 5),
"""
)

for name, val in rules:
    print name, val

โค้ดข้างบนพอรันแล้วจะเจอ ValueError (too many values to unpack)
ตอนมองแว๊บแรก ก็คิดว่าโค้ดน่าจะโอเค แค่ comment egg กับ python ออกไปแบบหลายบรรทัด… แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่

เราสร้าง list ที่มี (‘foo’, 1), (‘spam’, 2), (‘bar’, 3) และ “”” (‘egg’, 4),…””” <– ก้อนนี้เป็น string แบบหลายบรรทัด ไม่ใช่ comment!!

ปล. ตอนนี้มีอยู่ 1 bug, เดี๋ยวมีอะไรเพิ่ม จะเอามาแปะอีกครับ

Closure ใน Python

แฮ่ วันนี้ลองเล่น closure ใน python เต็มที่เลยครับ

funcs = []
i=0
def funcfactory():
    global i
    i += 1
    j = i
    def callback():
        print j
    funcs.append(callback)

funcfactory()    # ได้ callback ที่มี j = 1
funcfactory()    # ได้ callback ที่มี j = 2
funcfactory()    # ได้ callback ที่มี j = 3
print funcs
for f in funcs:
    f() 

list funcs จะเก็บ function ‘callback’ ที่มีโค้ดแบบเดียวกัน (print j) แต่มี context ต่างกัน (j = 1, 2, 3)

closure = (function, environment ของฟังก์ชั่น)

Edit: ข้อจำกัดสำคัญของ Closure ใน python คือ “อ่านได้อย่างเดียว” วิธีแก้ปัญหาทำได้โดยส่ง reference แทนตามตัวอย่างใน [ref]

ใน Python 3 มีคีย์เวิร์ด nonlocal ไว้ใช้อ้างถึงตัวแปรที่อยู่ใน Scope ก่อนหน้าได้

เขาทำ progress ใน terminal กันยังไงหว่า?

เคยเรียกคำสั่งอะไรใน terminal แล้วมันก็ขึ้นเลข 0%, 10%, 20%, … 100% ใน terminal ไหม (มันอัพเดทข้อความในบรรทัดเดิมได้เรื่อยๆ… มันทำยังไงหว่า?)

อ่ะนี่ ตัวอักษรสำคัญเลขคือ r (carriage return)

#include <stdio.h>
void delay()
{
   for(int i=0;i&lt;1000000;i++) for(int j=0;j&lt;10;j++);
}
int main()
{
   for(int p=0;p&lt;=100;p++)
   {
       delay();
       printf(&quot;rPercent: %d &quot;, p);
       fflush(stdout);
   }
   printf(&quot;n&quot;);
   return 0;
}

งืมๆ… มาพ่นโค้ด แล้วก็ไป ฮ่าๆ

Keyboard ManMan

สวัสดีครับ ผมกำลังทำโปรเจคจบอยู่ครับ

สิ่งที่ทำคือ Keyboard ManMan (คีย์บอร์ดแม่นๆ)
manman_adaptive_fbคีย์บอร์ดนี้สามารถย่อขยายปุ่ม ตามความน่าจะเป็นที่จะโดนกดครับ เช่นในรูปทางซ้ายมือนี้ คีย์บอร์ดเดาว่าปุ่มถัดไปที่เราน่าจะกดคือ สระอี (ปุ่มสระอีมีขนาดใหญ่กว่าปุ่มอื่น)

ตอนนี้จำเป็นต้องวัดผลครับว่า คีย์บอร์ดที่ทำช่วยให้พิมพ์เร็วขึ้นหรือไม่อย่างไร

อยากรบกวนให้ดาวน์โหลดโปรแกรม 2 โปรแกรมจาก Android Market ครับ โปรแกรมแรกเป็นคีย์บอร์ด อีกโปรแกรมเป็นโปรแกรมวัดความเร็วการพิมพ์ครับ สามารถค้นใน Market ว่า Natt Piyapramote หรือใช้ Barcode ข้างล่างได้เลยครับ

โปรแกรม Keyboard ManMan

manman_screenshot

โปรแกรม Keyboard Labs

keyboard_lab_screenshot2

เมื่อดาวน์โหลดโปรแกรมแล้วให้ Enable Keyboard โดย

      1. กลับไปที่ Home และกดปุ่ม Menu
      2. เลือกเมนู Settings -> Language & keyboard
      3. ติ๊กถูกที่ Keyboard ManMan

เปิดโปรแกรม Keyboard Labs และลองพิมพ์โดยใช้คีย์บอร์ดแม่นแม่น และคีย์บอร์ดอื่นๆ ที่เพื่อนๆ เคยใช้มาก่อน เมื่อทดลองแล้วผลการทดลองจะปรากฏที่หน้าจอหลัก ถ้าเพื่อนๆ ต่อ Internet แล้ว อยากให้ช่วยกดปุ่ม “ส่งผลทดสอบให้นักพัฒนา” ด้วยครับ ผมจะได้ทราบว่าการย่อขยายปุ่ม/การเดาอื่นๆ จะช่วยให้พิมพ์ได้รวดเร็ว หรือผิดพลาดน้อยลงหรือไม่ครับ

แนะนำติชมได้ที่ http://on.fb.me/manman_ เลยนะคร้าบ
ขอบคุณครับ ^^

xclip ที่ไม่ใช่คลิปโป๊

ปกติผมมักจะเปิด Terminal เรียกคำสั่ง แล้ว Copy ผลลัพธ์ไปแปะในโปรแกรมอื่น เช่น Browser
แต่รู้สึกชีวิตมันลำบากเหลือเกิน เลยไปค้นเจอโปรแกรม xclip เป็นโปรแกรมจัดการ Clipboard (ที่พักข้อมูลเวลาเรา Copy/Paste) บน Linux

วิธีใช้

cat file.txt | xclip        # เอาผลลัพธ์ของคำสั่ง cat file.txt ไปใส่ใน clipboard

กด Paste ที่โปรแกรมที่ต้องการได้ทันที

คำสั่งอื่นๆ

xclip -o      # พิมพ์ข้อมูลที่มีอยู่ใน clipboard ออกมา
xclip -o > out.txt    # เอาเนื้อหาใน clipboard ลงไฟล์ out.txt

ติดตั้งด้วยคำสั่ง: sudo apt-get install xclip ตามปกติครับ